แปลเพลง Must Have Been The Wind – Alec Benjamin

 

[Verse 1]
I heard a glass shatter on the wall
in the apartment above mine
At first I thought that I was dreamin'
But then I heard the voice of a girl
And it sounded like she’d been cryin'
Now I'm too worried to be sleepin’
.........
ฉันได้ยินเสียงแก้วแตกบนผนัง
ในอพาร์ตเมนต์เหนือห้องของฉัน
ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันนั้นฝันไป
แต่แล้วฉันก็ได้ยินเสียงของผู้หญิง
และดูเหมือนว่าเธอกำลังร้องไห้
ตอนนี้ฉันเลยกังวลเกินกว่าจะนอนให้หลับ
.........
[Pre-Chorus]
So I took the elevator to the second floor
Walked down the hall
and then I knocked upon her door
She opened up
and I asked about the things I've been hearing
.........
ฉันเลยขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสอง
เดินไปที่ห้องโถง
แล้วฉันก็เคาะประตูห้องของเธอ
เธอเปิดขึ้นมา
ฉันก็เลยถามเกี่ยวกับเสียงที่ฉันนั้นได้ยิน

[Chorus]
She said, "I think your ears are playing tricks on you"
Sweater zipped up to her chin
"Thanks for caring, sir, that's nice of you
But I have to go back in
Wish I could tell you about the noise
But I didn't hear a thing"
She said, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
She said, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
.........
เธอเลยพูดมาว่า หูของฉันคงฝาดไปแน่ๆ
เธอนั้นสวมเสื้อสเวตเตอร์คลุมไปจนถึงคาง
แล้วพูดว่าขอบคุณสำหรับความห่วงใย
บอกว่าฉันนั้นเป็นคนดีนะ
บอกว่าฉันนั้นต้องกลับไปได้แล้ว
เธอบอกว่า เธออยากจะบอกเกี่ยวกับเสียงรบกวนนั้นนะ
แต่ว่าเธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
แล้วเธอก็พูดว่า มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
เธอพูดว่า มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
.........
[Verse 2]
So I was layin' on the floor of my room
Cold concrete on my back
No, I just couldn't shake the feeling
I didn't want to intrude
because I knew that I didn't have all the facts
But I couldn’t bear the thought of leavin’ her
.........
ฉันจึงนอนอยู่บนพื้นห้อง
หลังพิงอยู่กับกระเบื้องคอนกรีต
เพราะฉันไม่อยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่สั่นไหวนั้น
ฉันไม่อยากจะก้าวก่ายหรอก
เพราะฉันก็ไม่รู้ความจริงทั้งหมด
แต่ฉันไม่อาจแบกรับความคิด ของการละเลยเธอไปได้

[Pre-Chorus]
So I took the elevator to the second floor
Walked down the hall
and then I knocked upon her door
She opened up
and I asked about the things I've been hearing
.........
ฉันเลยขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสอง
เดินไปที่ห้องโถง
แล้วฉันก็เคาะประตูห้องของเธอ
เธอเปิดขึ้นมา
ฉันก็เลยถามเกี่ยวกับเสียงที่ฉันนั้นได้ยิน
.........
[Chorus]
She said, "I think your ears are playing tricks on you"
Sweater zipped up to her chin
"Thanks for caring, sir, that's nice of you
But I have to go back in
Wish I could tell you about the noise
But I didn't hear a thing"
She said, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
She said, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
.........
เธอเลยพูดมาว่า หูของฉันคงฝาดไปแน่ๆ
เธอนั้นสวมเสื้อสเวตเตอร์คลุมไปจนถึงคาง
แล้วพูดว่าขอบคุณสำหรับความห่วงใย
บอกว่าฉันนั้นเป็นคนดีนะ
บอกว่าฉันนั้นต้องกลับไปได้แล้ว
เธอบอกว่า เธออยากจะบอกเกี่ยวกับเสียงรบกวนนั้นนะ
แต่ว่าเธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
แล้วเธอก็พูดว่า มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
เธอพูดว่า มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ

[Bridge]
Aim my boombox at the roof
I'm playing "Lean on Me"
Just so that she knows that she can lean on me
And when she hears the words
I hope she knows she'll be okay
Aim my boombox at the roof
I’m playing "Lean on Me"
Just so that she knows that she can lean on me
And when she hears the words
I know exactly what I'll say
Promise I'm not playing tricks on you
You're always welcome to come in
You could stay here for an hour or two
If you ever need a friend
.........
ตั้งเครื่องเล่นวิทยุที่บนหลังคา
แล้วก็เล่นเพลง "Lean on Me"
เพื่อให้เธอรู้ว่าเธอสามารถพึ่งพาฉันได้นะ
และเมื่อเธอได้ยินคำๆ นั้น
ฉันก็หวังว่าเธอจะรู้นะ ว่าเธอจะไม่เป็นไร
ตั้งเครื่องเล่นวิทยุที่บนหลังคา
แล้วก็เล่นเพลง "Lean on Me"
เพื่อให้เธอรู้ว่าเธอสามารถพึ่งพาฉันได้นะ
และเมื่อเธอได้ยินคำๆ นั้น
ฉันก็รู้ว่าฉันจะพูดอะไร
ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่หลอกลวงเธอ
ฉันยินดีต้อนรับเธอเสมอ
เธอสามารถอยู่ที่นี่สัก1ถึง2 ชั่วโมง ก็ได้
ถ้าหากเธอนั้นต้องการเพื่อน
.........
[Chorus]
We can talk about the noise
when you're ready, but 'til then
I say, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
I say, "It must have been the wind
must have been the wind
Must have been the wind
it must have been the wind"
.........
เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับเสียงนั้นได้
เมื่อเธอพร้อม แต่กว่าจะถึงตอนนั้น
ฉันก็จะพูดว่า "มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
ฉันจะพูดว่า "มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
มันคงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ
คงต้องเป็นเสียงลมแน่ๆ

ฉันได้ยินเสียงแก้วแตกบนผนัง ในอพาร์ตเมนต์เหนือห้องของฉัน ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันนั้นฝันไป

คอมเมนต์ ติชม ได้เต็มที่เลยครับ

You may also like...

ติดต่อเราได้ที่นี่
error: Content is protected !!